กันยายน 29, 2022

แมมมิลาเรีย สไปโนซิสซิมา อัน-พิโค แคคตัสหนามตั้งโดดเด่น

แมมมิลาเรีย สไปโนซิสซิมา อัน-พิโค แคคตัสหนามตั้งโดดเด่น
Spread the love

แมมมิลาเรีย สไปโนซิสซิมา อันพิโค น้องบองสายพั้งค์หนามตั้งโดดเด่น

แมมมิลาเรีย สไปโนซิสซิมา อัน-พิโค แคคตัสหนามตั้งโดดเด่น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mammillaria spinosissima cv. Un Pico เป็นไม้ในวงศ์กระบองเพชร (CACTACEAE) มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก ประเทศแถบหมู่เกาะแคริบเบียนถึงโคลอมเบีย และเวเนซูเอลา โดยสามารถพบได้ตามบริเวณที่เป็นพื้นที่เขตร้อนและแห้งแล้งซึ่งมีมากกว่า 400 ชนิด

แม้ว่าจะแคคตัสในสกุลแมมมิลาเรีย จะมีสมาชิกมากมาย แต่เจ้า แมมมิลาเรีย สไปโนซิสซิมา อัน-พิโค ก็ยังคงโดดเด่นมองเห็นชัดมาแต่ไกลไม่แพ้เพื่อน ๆ ในสกุลเดียวกันเลยล่ะค่ะ เชื่อว่าหากใครได้เห็นเป็นต้องสะดุดตาจนอดหันมามองไม่ได้เลยเชียวล่ะ

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

แมมมิลาเรีย สไปโนซิสซิมา อัน-พิโค แคคตัสหนามตั้งโดดเด่น

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของแมมมิลาเรีย สไปโนซิสซิมา อันพิโค

แมมมิลาเรีย สไปโนซิสซิมา อัน-พิโค เป็นไม้อวบน้ำอายุยืน ลำต้นมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอง ช่วงบนของลำต้นโค้งมน มีสีเขียวเข้มตลอดลำต้น ผิวขรุขระ ด้านบนของต้นถูกปกคลุมด้วยขนปุยสีขาวเล็กน้อย ตลอดลำต้นจะมีตุ่มหนามขนาดเล็กเรียงตัวกันถี่ดูสวยงาม โดยแต่ละตุ่มหนามจะมีหนามสีขาวเป็นแท่งยาว อ่อนนุ่ม และหักง่ายปก จำนวน  1 แท่งหนามต่อ 1 ตุ่มหนาม ดูคล้ายคนทำผมทรงพั้งค์ยังไงยังงั้นเลยล่ะค่ะ

ในส่วนของดอกแมมมิลาเรีย สไปโนซิสซิมา อัน-พิโค นั้น จะออกดอกในลักษณะดอกเดี่ยว สีชมพูสดใส แต่ละดอกจะมีกลีบดอก 14-16 กลีบ กลีบดอกมีรูปทรงรี ปลายกลีบแหลม ผิวกลีบเรียบ ขอบกลีบเรียบ มักออกดอกอยู่บริเวณช่วงบนของต้น โดยจะออกดอกช่วงฤดูหนาว มีผลรูปทรงรี สีแดง ด้านในมีเมล็ดพันธุ์สีน้ำตาลขนาดเล็ก

Mammillaria spinosissima un pico – Kakteen Shop

การปลูกเลี้ยงและการใช้ประโยชน์แมมมิลาเรีย สไปโนซิสซิมา อันพิโค

แมมมิลาเรีย สไปโนซิสซิมา อัน-พิโค เป็นพันธุ์ไม้หนามที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มกระบองเพชร สามารถขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อความสวยงามโดยได้รับความนิยมเป็นวงกว้างในหมู่สาวกแคคตัสและเหล่านักสะสมพันธุ์ไม้แปลก

การปลูกเลี้ยง แมมมิลาเรีย สไปโนซิสซิมา อัน-พิโค ทำได้ง่ายเช่นเดียวกันกับแคคตัสทั่วไป โดยดินที่เหมาะสำหรับนำมาปลูกควรเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนโปร่งที่สามารถระบายน้ำได้ดี ควรเลือกปลูกในกระถางดินเผาขนาดพอเหมาะที่มีการเจาะรูตรงก้นกระถาง เพื่อช่วยระบายน้ำ-ความชื้นที่อาจจะมีมากเกินไปซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุทำให้รากเน่าได้ง่าย และควรมีจานรองก้นกระถางเพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในดินได้ด้วย

พันธุ์ไม้ในกลุ่มกระบองเพชรส่วนใหญ่ต้องการน้ำค่อนข้างน้อย และเจ้าอัน-พิโคก็เช่นเดียวกันค่ะ ทั้งต้องการน้ำน้อยและชื่นชอบแสงแดดเป็นชีวิตจิตใจเลยทีเดียว ดังนั้นหากต้องการปลูกเลี้ยงให้เจริญเติบโตรวดเร็ว แข็งแรง และออกดอกสวยงาม เราจึงควรให้น้ำในปริมาณที่เหมาะสมโดยควรรดน้ำเมื่อดินแห้งแล้วเท่านั้น หรือประมาณอาทิตย์ละ 1-2 ครั้งค่ะ 

แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่าดินแห้งแล้ว ? ส่วนตัวแล้วผู้เขียนจะใช้ไม้จิ้มฟันหรือไม้ที่พอหาได้นำมาทิ่มลงในดิน โดยให้ทิ่มลงไปจนนถึงก้นกระถางเลยค่ะ จากนั้นก็ดึงขึ้นมาแล้วสังเกตดูว่ามีดินติดไม้ขึ้นมาด้วยรึเปล่า หากมีดินติดมาก็แสดงว่าดินแห้งแล้วให้รดน้ำได้เลยค่ะ แต่ก็ควรรดในปริมาณแค่พอชุ่มเท่านั้นนะคะ เอาไว้ดินแห้งแล้วค่อยกลับมารดให้ใหม่ ไม่แนะนำให้รดในปริมาณมากทีเดียวเพราะจะทำให้รากเน่าได้ง่ายมาก ๆ เลยล่ะค่ะ 

ส่วนแสงแดดนั้นเจ้าอัน-พิโคชอบมาก ๆ เลยล่ะค่ะ เราควรนำไปปลูกหรือจัดวางไว้ในตำแหน่งที่มีแสงแดดส่องได้ทั่วถึงและมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก แต่ถ้าวันไหนที่รู้สึกว่าแสงแดดร้อนแรงมากเกินไปเราก็สามารถย้ายกระถางไปหลบแดดใต้ร่มไม้ได้นะคะ ทั้งนี้ก็เพราะว่าถ้าอัน-พิโคโดนแดดแรงเป็นเวลานานอาจจะทำให้ต้นสีเขียวสดเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและมีอาการต้นไหม้ได้ค่ะ ในส่วนของการให้ปุ๋ยบำรุงสามารถใช้ปุ๋ยสำหรับแคคตัสทั่วไปได้เลยค่ะ โดยให้ในปริมาณเล็กน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ก็จะช่วยให้อัน-พิโคเจริญเติบโตได้ดี มีลำต้นแข็งแรง และให้ดอกสันสดใสตามที่ใจเราต้องการค่ะ

 

 

 

แหล่งข้อมูลจาก www.data.addrun.org

CACTUS-LOVER แล้วคุณจะรู้จัก ต้นกระบอกเพชร และ ต้นไม้อื่นๆ มากยิ่งขึ้น …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น